เมื่อเช้าฝนตกกระหน่ำมาก แล้วจาออกไปทำงานยังไงวะเนี่ย เออเอาวะ
พับขากางเกง สะพายกระเป๋า เดินออกมา ร่มที่มีก้อเหมือนไม่มี แมร่ง
กันฝนตกใส่หัวได้แต่กันน้ำกระเด็นจากข้าง ๆ ไม่ได้เลยอ่ะ (ตกลงร่ม มันเล็ก
หรือตัวกูใหญ่วะเนี่ย)
OMG (ต้องทำเสียงกระแดะ ๆ ด้วยนะเวลาพูดคำเนี่ย) อารายกันวะ
ทั้งซอยมีกูเดินออกมาจากบ้านคนเด๋วเหรอวะเนี่ย แมร่งม่ายมีใครคิดจาออกมา
เล่นน้ำฝนในวันเข้าพรรษากันบ้างเหรอวะ ยิ่งตอนเดินออกมาหน้าปากซอย
ถนนโล่งมากมองซ้าย-ขวา นอกจากจะไม่เห็นรถแล้ว ยังไม่เห็นทางอีก
ยืนรอ taxi ซักพัก ก้อเห็นแล้วคับ ม่ายช่ายรถคับ แต่เป็นพระ เดินตากฝน
เหมือนใน MV อ่ะ ถ้าใครอกหักต้องเดินตากฝน (บาปกรรมนะเนี่ย) เอ่อ พูดไง
ดีวะ ม่ายช่ายงั้น คือจาบอกว่า พระองค์เนี่ย ท่านน่าเลื่อมใสมาก คือเคยเห็น
ในวันธรรมดาแม้ฝนไม่ตก ท่านก้อเดินเหมือนนับก้าว มีบาตร 1 ย่าม 1 ไม่ต้อง
มีลูกศิษย์ขนของใส่รถตุ๊ก ๆ กลับวัด เหมือนพระองค์อื่น ๆ
ตอนแรกที่เห็น พระท่านเดิน สงสารท่านเหมือนกันนะที่เดินตากฝน ไม่มี
ร่มกาง (เอ๊ะ พระกางร่มบิณฑบาตร ผิดศีลม่ะ) อารมณ์ที่เห็นท่านแว้บแรกนะ
อยากจะหยิบโทรศัพท์ มาถ่ายรูปท่านมากเลยอ่ะ แต่ไม่สามารถอ่ะ กลัวฟ้าผ่า
ไหนจะต้อง หลบฝนที่มันหยดลงมาตรงกลางร่ม เวงกำ เนี่ยขนาดเลือกร่มที่ดี
ที่สุดแล้วนะ ที่ไหนได้ไม่รั่ว แต่น้ำซึม (ไม่ต่างกันเลย กับไม่ได้กางร่ม)
ไหนจะต้องตามองรถอีก
ยิ่งตอนที่นั่งtaxiแล้วผ่านท่านไป เห็นท่านเดินยิ้มหน้าตาสดใส ดูท่านมี
ความสุขอ่ะตอนนั้นคิดเลยว่า เด๋วถ้าวันไหนมีบุญ ได้ใส่บาตร จามาดักรอท่าน
กะว่าต้องได้บุญเยอะแน่ ๆ ถ้าได้ใส่บาตรกับท่าน
เฮ้อ ทำไมนะ เมื่อเช้าต้องตื่นแต่เช้า แถมต้องมาทำงาน เจอฝนตกแบบ
กระหน่ำเปียกไปทั้งตัว บุญก้อม่ายได้ทำแต่ทำไมรู้สึกดีอย่างนี้ล่ะ กำลังคิดว่า
ถ้าไม่ได้เห็นท่านมาพร้อมสายฝนกูแมร่ง ต้องรู้สึกหงุดหงิดตั้งแต่ฝนเริ่มซึมใส่
กะบาลเพราะร่มรั่วแน่นอน
๏[ิ_-ิ]๏ ม่ายได้ลืมเขียน เรื่องที่ต้องสะสาง แต่อารมณ์แบบ ม่ายได้นะ
ถ้าม่ายได้เขียนเรื่องเมื่อเช้า เมิงต้องหงุดหงิดกับไอ้ร่มรั่วแน่ ๆ (เอาธรรมะ
เข้าข่ม ว่างั้นเถอะ)










































